4.วิธีการยิงบาร์โค้ด  

วิธีการเข้าทำงานต่อ Job หมายถึงต้องการทราบขั้นตอนในการทำงาน เช่นกำลัง ถอด เคาะ โป๊ว ฯลฯ เพื่อตอบลูกค้า ต้องการทราบสถานะรถถึงขั้นตอนใด และต้นทุนค่าแรงช่างของรถแต่ละคัน เพื่อหากำไร-ขาดทุน ของรถแต่ละคัน และความสามารถของช่างแต่ละคนในการทำงาน
มีวิธีการทำงาน  2 วิธี
1. ด้วยเครื่องสแกนบัตร หรือสแกนลายนิ้วมือ ต้องทำการดึงข้อมูลก่อนถึงจะทราบรายละเอียดของขั้นตอน
2. ด้วยเครื่องยิงบาร์โค์ด ไม่ต้องดึงข้อมูลสามารถทราบรายละเอียดขั้นตอนได้ทันที

  

 

 

 

 

วิธีการยิงบาร์โค้ดเข้า Job เพื่อให้ทราบถึงสถานะการซ่อม และต้นทุนค่าแรงของรถแต่ละคัน ประกอบด้วยอุปกรณ์ดังนี้

  1. เครื่องยิงบาร์โค้ด
  2. ใบคุมรายการซ่อม
  3. บัตรประจำตัวพนักงาน

BAR0351

เครื่องยิงบาร์โค้ดแบบไร้สาย Bar35

วิธีการทำงาน เหมือนการทำงานแบบมีสาย สามารถยิงบาร์โค้ดห่างจากเครื่องรับสัญญา Wifi เสียบในซ่อง USB รับสัญญานได้ 200-400 เมตร ติดตั้งที่เครื่อง Server หรือ Cloud Computer สามารถเดินเข้าไปในอู่ซ่อมที่รถแต่ละคันขณะจอดซ่อม เพื่อให้ทราบสถานะการซ่อม


รูปที่ 1

 

 

 

ใบคุมรายการซ่อม ใช้ในการสั่งงานให้ช่างทำงานตามรายการที่เสนอราคา โดยจะมีเบอร์รถ และแถบบาร์โค้ตเพื่อใช้สำหรับยิงบาร์โค้ตi41-job

รูปที่ 2

 

   emp

บัตรพนักงาน
พนักงานแต่ละท่านจะมีบัตรประจำตัว พร้อมด้วยแผนกเช่น ถอด,เคาะ,โป็ว ประจำแต่ละแผนกพร้อมแถบบาร์โค้ด

 

 

 

 

 รูปที่ 3

 ขั้นตอนการทำงาน

เข้างาน
1. นำเครื่องยิงบาร์โค้ด ยิงเอกสารใบคุมรายการซ่อม (รูปที่ 2) เข้างานเวลา 12.06 น.
2.
นำเครื่องยิงบาร์โค้ด ไบยิงที่บัตรพนักงาน (รูปที่ 3) เข้างานเวลา 12.06 น. ได้รายงาน สถานะการซ่อม
    และต้นทุนค่าแรง

ออกงาน
1. นำเครื่องยิงบาโค้ด ยิงแถบบาร์โค้ดใบคุมรายการซ่อม (รูปที่ 2) ออกงานเวลา 16.09 น.

สรุป ยิงเบอร์รถ และยิงรหัสพนักงาน

 ผลที่ได้รับจากการทำงาน

1. รายงานสถานะการซ่อมแสดงรายละเอียดของรถทุกคันที่กำลังจอดซ่อม แสดงให้เห็นว่าถึงขั้นตอนอะไร รายงานนี้จะช่วยในการวิะเคราะห์ 
    ผลการผลิตของงานซ่อมและเวลานัดรับรถ หรือพนักงานเกี่่ยวกับลูกค้าสัมพันธ์ CRM สามารถตอบลูกค้าได้ทันที่ถึงสถานะการซ่อม
    ของรถแต่คัน
2. รายงานต้นทุนของรถแต่ละคัน โดยโปรแกรมนำเวลาออกงาน ตั้งลบด้วยเวลาเข้างาน หมายถึงจำนวนเวลาทำงาน
    เช่น ออก 16.09 เข้า 12.06 รวมเวลาทั้งสิ้น 03.03 น. และนำรายได้ต่อวัน หารด้วยจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน และหารด้วยนาที
    และคูณกลับจะได้จำนวนเงินที่ทำงาน เช่น 203.33 และรวมพนักงานทุกค้นจะได้เป็นต้นทุนของรถแต่ละคัน
    เพื่อโอนเข้ากำไรขาดทุนของรถแต่ละคัน
3.
รายงานประวัติการทำงานของช่างแต่ละคน สามารถนำไปจัดทำ KPI หมายถึงความสามารถในการทำงานของช่างแต่ละค้น 

รายงานออกจากระบบ

  1. สถานะการซ่อม
  2. ต้นทุนของรถแต่ละคัน
  3. ประวัติการทำงานของช่างแต่ละท่าน
  4. กำไรขาดทุนของรถแต่ละคัน แสดงรายละเอียดค่าแรงและค่าอะไหล่พร้อมแสดงกำไรขาดทุน

Copyright © 2005 - 2014 บริษัท พีเคทีซอฟต์ จำกัด www.kpisoft.net